ความแปลกใหม่ของพวงหรีดนั้นไม่สำคัญเท่ากับผู้ได้รับสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ดี

พวงหรีดได้กลายเป็นสัญลักษณ์เรียกได้ว่าที่ไหนมีงานศพที่นั่นต้องมีพวงหรีด การสั่งพวงหรีดของลูกค้าในแต่ละครั้งมักมาพร้อมกับคำสั่งให้ทางร้านจัดดอกไม้ให้สวยกว่า ใหญ่กว่าพวงหรีดพวงอื่นๆ พวงหรีดสามารถบอกถึงความสัมพันธ์ของผู้มอบกับผู้เสียชีวิต รวมไปถึงการแสดงสถานะทางสังคม หน้าที่การงานการเงินและเศรษฐกิจของผู้มอบ การมอบพวงหรีดในงานศพนั้นได้กลายเป็นวัฒนธรรมหรือความเคยชินสำหรับสังคมไทย จริงๆ แล้ว พวงหรีดในภาษาอังกฤษ คำว่า “Wreath” ที่มีความหมายว่าพวงมาลาซึ่งในสมัยก่อนย้อนไปถึงยุคเปอร์เซีย ความหมายของพวงหรีดคือ “a thing bound around” สิ่งที่ล้อมด้วยลักษณะวงกลม ซึ่งอาจจะคล้ายมงกุฎ ในสมัยกรีกโบราณมีการนำดอกไม้ไปเคารพศพผู้ตาย ประเทศไทยรับวัฒนธรรมการเคารพศพ โดยการส่งพวงหรีดหรือดอกไม้ ในสมัยพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 แต่ก่อนนี้พวงหรีดจะไม่สวยหรูหรือมีราคาเหมือนกับในปัจจุบัน มีเพียงก้านกิ่งไม้มาสานขัดกันเป็นวงกลม แล้วนำดอกไม้มาเสียบประดับ ถือว่าเรียบง่ายและเป็นการแสดงออกถึงความเคารพศพอย่างแท้จริง

ปัจจุบันการแข่งขันจากคู่แข่งที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว รสนิยมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปจนถึงแนวคิดเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อนที่สร้างกระแสแรงขึ้น กดดันให้ร้านพวงหรีดต้องปรับตัวรับกับสภาพแวดล้อมใหม่ พวงหรีดจึงมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ดอกไม้จันทน์ ต้นไม้ ต้นกล้วยไม้ สังฆทาน จักรยาน นาฬิกา หนังสือ พวงหรีดเครื่องใช้สำหรับนักเรียนหรือที่เรียกว่ากล่องนาบุญและพวงหรีดที่เป็นของใช้ เช่น ช้อน จานชาม หม้อหุ่งข้าว กระติกน้ำร้อน พัดลม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพวงหรีดร่วมบุญไทย-จีน โดยวัสดุที่ใช้ทำนั้นจะเป็นพวกแบงก์กงเต็ก ทองแท่ง ชุดชายหญิง เป็นต้น ในบรรดาพวงหรีดรูปแบบใหม่ๆ บางอย่างก็มีให้พบเห็นบางแล้วตามงานศพต่างๆ แต่บางอย่างอาจไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักหรือไม่เคยเห็นเลย ความแปลกใหม่ของพวงหรีดนั้นไม่สำคัญเท่ากับผู้ได้รับสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ดี